2 อำเภอ กาญจนบุรี อ่วม!! เกิดพายุหมุนพัดกระหน่ำบ้านเรือน เสาไฟฟ้า-ต้นไม้โค่นล้ม หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือ (คลิป)


20 มี.ค. 2562, 14:25





2 อำเภอ กาญจนบุรี อ่วม!! เกิดพายุหมุนพัดกระหน่ำบ้านเรือน เสาไฟฟ้า-ต้นไม้โค่นล้ม หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือ (คลิป)




วันนี้ (20 มี.ค. 2562) ผู้สื่อข่าว ONB news รายงานว่า หลังจากก่อนหน้านี้ได้เกิดพายุลูกเห็บ พายุหมุน พัดกระหน่ำในพื้นที่ 2 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอทองผาภูมิและอำเภอสังขละบุรี ทำให้เสาไฟฟ้าหักโค่น ต้นไม้ขนาดใหญ่โค่นล้ม บ้านเรือนประชาชนหลังคาบ้านหายไปกับแรงลมจำนวนมาก ไฟฟ้าสิ่งอำเภอนวยความสะดวกถูกตัดขาดทั้งหมดทันทีขาดการติดต่อในทันที

และทางทหารชุด ร.ส.มทบ.17 ลงพื้นที่บ้านลิเจีย ม.4 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี ลงพื้นที่ติดตามดูความเดือดร้อน จากพายุลมแรงที่ส่งผลให้มีหลังคาบ้านและแพพัก ของชาวบ้านที่ถูกลมพัดปลิวหายไป ทางด้าน กฟภ. ระดมเจ้าหน้าที่ จากพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 100 คน เร่งตัดต้นไม้ที่ถูกลมพัดหักล้มทับสายไฟฟ้า บริเวณบ้านทิโคร่ง เป็นระยะทางกว่า 500 เมตร ให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด ที่บ้านลิเจีย หมู่ที่ 4 ต.ปรังเผล อ.สังขละบรี จ.กาญจนบุรี ทหารชุดรักษาความสงบ (ร.ส.) จากมณฑลทหารบกที่ 17 กาญจนบุรี เดินทางลงดูความเสียหายของแพพักอาศัยของชาวบ้าน ที่ถูกพายุลมแรงที่เกิดขึ้นในคืนวันที่ 18 พัดทำให้หลังคาปลิวหล่นหายไปในน้ำ

โดย นายบุญเลี้ยง เสี้ยวภูเขียว อายุ 53 ปี ซึ่งมีแพพักและแพบริการตกปลาท่องเที่ยว เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า พายุเริ่มก่อตัวก่อนหน้าท้องฟ้าสีแดง ก่อนมีเสียงลมดังอื้ออึงมาจากทางทิศใต้ ก่อนจะม้วนกลับมาอีกระลอก พัดหลังคาแพพังของตนเองปลิวไปไกลกว่า 20 เมตร ก่อนหล่นหายไปในน้ำ ลมที่แรงยังทำให้แพของตนเองและเพื่อนบ้านหลายคนเชือกคาดลอยไปติดอยู่เกาะกลางน้ำ ห่างจากจุดที่ผูกแพเป็นระยะทางไกลร้อยเมตร ไม่ต่างกับแพเกาะแก้วสุญญตา ที่เป็นที่พำนักของพระสงฆ์ ที่ชาวบ้านมาช่วยกันเปลี่ยนหลังคาใหม่

นอกจากนั้นยังมีแพที่ใช้เป็นที่จอดเรือของชาวบ้านถูกพายุลมแรงพัดตีลังกา ลอยไปติดริมฝั่ง ซึ่งในพื้นที่อ่าวลิเจีย ซึ่งตั้งอยู่ในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ เป็นที่โล่งมีเขาเรดาร์อยู่ทางทิศตะวันออก จึงมีลักษณะทางธรรมชาติคล้ายช่องลม จึงส่งผลให้ในพื้นที่มีบ้านเรือนของชาวบ้านทั้งที่อยู่ในน้ำและบนบก ได้รับความเสียหายจำนวนหลายสิบหลัง ล่าสุด นายไพศาล บัวหลวง นายก.อบต.ปรังเผล ได้ลงพื้นที่ทำการสำรวจความเสียหายเพื่อหาทางช่วยเหลือต่อไป

ขณะที่ นายสุธี สีนวล ผจก.กฟภ.สาขา สังขละบุรี ได้ประสานทีมวิศวกรและช่าง จาก กฟภ.พนมทวน กาญจนบุรี นครปฐม ไทรโยค ทองผาภูมิ กว่า 100 คน เร่งมาช่วยในการตัดต้นไม้ที่ล้มฟาดสายไฟฟ้าแรงสูง บริเวณบ้านทิโคร่ง ซึ่งเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่คืน วันที่ 18 ที่ผ่านมา มีต้นไม้ที่ถูกพายุพัดหักล้มทับสายไฟ จนส่งผลให้ในพื้นที่ อ.สังขละบุรี ไฟดับทั้งอำเภอ นอกจากนี้ต้นไม้หลายสิบต้นที่ล้มลงบนถนนสาย 323 สังขละบุรี-ทองผาภูมิ ส่งผลให้มีรถติดสะสมบนถนนยาวเป็นกิโล

จากการสังเกตพบว่า มีต้นไม้ที่ล้มมากกว่า100 ต้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นต้นกระถินเทพา และต้นยูคา ที่ปลูกในพื้นที่แปลกฟื้นฟูป่าของ อช.เขาแหลม เจ้าหน้าที่ต้องจัดการปิดการจราจรบริเวณดังกล่าว 1 ช่องทาง เพื่อความปลอดภัยในการทำงาน ก่อนระดมเร่งซ่อมระบบไฟฟ้าที่เกิดจากเสาไฟที่หักโค่นและสายไฟฟ้าแรงสูงที่ขาด เนื่องจากต้นไม่ใหญ่ล้มทับ ก่อนจะแก้ไขระบบไฟฟ้า 1 เฟส ให้ใช้ได้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ คาดภายในวันนี้ทุกอย่างจะแล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์เพื่อให้ไฟฟ้าเฟสที่ 2 กลับมาใช้ได้ ซึ่งจะเป็นระบบที่สมบูรณ์ ซึ่งในอนาคตคงต้องหารือกับทาง อช.เขาแหลม เพื่อขอดำเนินการตัดต้นไม้ที่พุและมีความเสี่ยงที่จะล้มพาดสายส่ง เพื่อป้องกันความเสียหายต่อไป นอกจากนั้นพายุยังได้พัดป้ายหาเสียงของผู้สมัคร ส.ส. ที่ติดในพื้นที่ล้มระเนระนาดในหลายจุด