เพลิงลุกไหม้ "ห้องแถว" หมู่บ้านจงเจริญ อายุกว่า 50 ปี พังเสียหายยับ 12 ห้อง โชคดีไม่มีใครเสียชีวิต


18 มี.ค. 2562, 14:16





เพลิงลุกไหม้ "ห้องแถว" หมู่บ้านจงเจริญ อายุกว่า 50 ปี พังเสียหายยับ 12 ห้อง โชคดีไม่มีใครเสียชีวิต




วันที่ 18 มีนาคม 2562 ผู้สื่อข่าว ONBnews รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาญจน์ ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บริเวณ หมู่บ้านจงเจริญ บริเวณซอย 2  เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี  จึงได้วิทยุขอรถน้ำจากเทศบาลเมืองกาญจน์ ไประดมฉีดน้ำสกัดเพลิงเกือบ 20 คัน ทั้งของเทศบาลเมืองกาญจน์ เทศบาลปากแพรก เทศบาลท่ามะขาม เทศบาลหนองขาวและอื่นๆ  เพื่อเร่งฉีดสกัดเพลิงที่ได้โหมลุกอย่างรวดเร็วเนื่องจากหมู่บ้านดังกล่าวปลูกด้วยไม้ที่มีอายุกว่า 50 ปี เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ควันเพลิงได้พวยพุ่งสามารถมองเห็นได้ไกลหลายกิโลเมตร โดยเจ้าหน้าที่ได้สกัดเพลิงประมาณ 1 ชั่วโมง สามารถสกัดเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดไว้ได้

 

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าเคลียร์พื้นที่ทั้งหมดให้มั่นใจว่าเพลิงสงบแน่แล้ว เจ้าหน้าที่ได้ถอนกำลังออกจากพื้นที่ดังกล่าว ในเบื้องต้นเพลิงได้ลุกไหม้เสียหายไปจำนวน 12 ห้อง และห้องแถวที่ถูกเพลิงไหม้เป็นบ้าน 2 ชั้น ซึ่งชั้นล่างเป็นกำแพงปูน ด้านบนเป็นไม้ทั้งหมด และอายุของบ้านในหมู่บ้านแห่งนี้เกิน 50 ปี โดยหมู่บ้านแห่งนี้จะเป็นทั้งบ้านพักอาศัย และเปิดเป็นร้านขายอาหารตามสั่งภายในหมู่บ้าน

 

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ รวมทั้งเพื่อนบ้าน และเจ้าหน้าที่ ต่างรีบช่วยกันขนย้ายสิ่งของและทรัพย์สินมีค่าออกมาจากภายในบ้านของแต่ละหลังกันอย่างฉุกละหุก โดยเฉพาะถังแก๊ส ที่มีอยู่เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดการระเบิดขึ้นมา

 

โดยในครั้งนี้ พล.ต.ต.สุวิทย์ ชาวศรีทอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.ธีระพงษ์ ฤทธิ์จรูญ ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี นางเบญจวรรณ เปรมประยูร นายกเทศบาลเมืองกาญจนบุรี ได้เดินทางไปสั่งการด้วยตนเอง การเกิดไฟไหม้ครั้งนี้เจ้าหน้าที่ใช้เวลาเกือบ 1 ชั่วโมงเพลิงจึงสงบ แต่ต้องฉีดน้ำหล่อเลี้ยงเอาไว้ตลอดเวลาเนื่องจากเกรงว่าประกายไฟจะประทุลุกไหม้ขึ้นมาอีก

 

สำหรับบ้านต้นเพลิงเลขที่ 74 เป็นบ้านของนายพัลลภ นันตา อายุ 49 ปี พ่อค้าขายประหลาดอยู่ภายในตลาดสดเทศบาลเมืองกาญจนบุรี ขณะเกิดเหตุนายพัลลภ นั้นไม่อยู่บ้าน โดยชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ และเป็นผู้ที่นำถังดับเพลิงไปฉีดขณะเกิดเหตุครั้งแรกเล่าว่า ตนเห็นกลุ่มควันและเปลวเพลิงกำลังลุกไหม้ที่บ้านหลังดังกล่าว จากนั้นเปลวเพลิงได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว จากนั้นสายไฟฟ้าที่อยู่ใกล้กับหลังคาบ้านชั้นที่สองก็ถูกไฟลุกไหม้ และลามไปไหม้บ้านที่อยู่ติดกันอย่างรวดเร็ว ตนพยายามที่จะใช้ถังดับเพลิงฉีดสกัดเอาไว้ แต่ไม่สามารถฉีดถึง เนื่องจากหลังคาและสายไฟนั้นอยู่สูงเกินกว่าที่จะฉีดสกัดได้

 

ทั้งนี้ นางเบญจวรรณ เปรมประยูร นายกเทศบาลเมืองกาญจนบุรี เปิดเผยว่า เบื้องต้นพบว่ามีบ้านเรือนประชาชนเสียหายจากการถูกไฟไหม้กว่า 10 หลัง แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าสาเหตุการเกิดไฟไหม้ในครั้งนี้เกิดจากอะไร ส่วนรายชื่อของประชาชนที่ถูกไฟไหม้บ้าน อยู่ระหว่างการรวบรวม

 

ด้านพล.ต.ต.สุวิทย์ ชาวศรีทอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า สาเหตุการเกิดไฟไหม้ครั้งนี้เบื้องต้นยังไม่ทราบ ซึ่งจะต้องรอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน มาจรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้งหนึ่ง แล้วจะทราบแท้จริงเกิดจากสิ่งใด ค่าเสียหายเท่าใดต่อไป