"เครือข่ายคนรักษ์ควายร้อยเอ็ด" จัดประกวดกระบือซื้อขายเงินสะพัดวันเดียวเกือบ 2 ล้าน แถมบริจาคเงินช่วยน้ำท่วม 3 จังหวัดริมฝั่งโขง


"เครือข่ายคนรักษ์ควายร้อยเอ็ด" จัดประกวดกระบือซื้อขายเงินสะพัดวันเดียวเกือบ 2 ล้าน แถมบริจาคเงินช่วยน้ำท่วม 3 จังหวัดริมฝั่งโขง



19 ก.ย. 2561, 08:42

ผู้สื่อข่าว onbnews รายงานว่า จังหวัดร้อยเอ็ดโดย เครือข่ายคนรักษ์ควายร้อยเอ็ด ร่วมกับเครือข่ายคนรักษ์ควายภาคอีสาน จัดงานประกวด กระบืองาม จังหวัดร้อยเอ็ดครั้งที่ 1 ที่สนามบาสเกตบอลโรงเรียนโพนทองพัฒนาวิทยา อำเภอโพนทองจังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีนายวัลลภ จินดาเงิน นายอำเภอโพนทอง เป็นประธานเปิดงาน ในการประกวด กระบืองาม จังหวัดร้อยเอ็ดครั้งที่ 1 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการเลี้ยง กระบืองามและพัฒนากระบือไทย ตามภูมิปัญญาวิถีไทย และช่วยสร้างจิตสำนึกให้คนไทย หันมาช่วยกัน อนุรักษ์และพัฒนาพันธุ์กระบือไทย เพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของชุมชนสร้างความภาคภูมิใจในวิถีชีวิตกับกระบือไทยเหมือนในอดีตและภูมิปัญญาของท้องถิ่น และพัฒนากลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือไทย ให้มีความเข้มแข็ง อนุรักษ์และพัฒนากระบือของจังหวัดร้อยเอ็ดให้มีจำนวนมากขึ้นและอยู่คู่คนไทย

 

 

โดยนายเกรียงไกร ประจันพล ประธาน เครือข่ายคนรักษ์ควายร้อยเอ็ด จึงได้ ร่วมกับเครือข่ายคนรักษ์ควายภาคอีสาน จึงได้เล็งเห็นปัญหาและความสำคัญของกระบือไทย จึงได้จัดโครงการประกวดกระบือไทย จังหวัดร้อยเอ็ดครั้งที่ 1 ขึ้นเพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกษตรมีการเลี้ยงและพัฒนาเลี้ยงกระบืออย่างยั่งยืน โดยใช้งบประมาณ ในการจัดงานครั้งนี้ ด้วยเงินจำนวน 160,000 บาท (หนึ่งแสนหกหมื่นบาท) จากกลุ่มเครือข่ายคนรักษ์ควายร้อยเอ็ด ศิษย์เก่าโรงเรียนโพนทองพัฒนาวิทยา และกลุ่มคนรักควายที่สนับสนุนจากทั่วทุกภูมิภาค เพื่อจัดโครงการประกวดนี้ โดยมี กระบือขนาดใหญ่และสวยงามจากทั่วประเทศเข้าร่วมประกวดไม่ต่ำกว่า 80 ตัว และมีผู้สนใจเข้าร่วมงานชมการประกวดกระบือไม่ต่ำกว่า 1,000 คน มีกระบืองามตามอุดมทัศนีย์เข้าร่วมประกวดจำนวนมาก

ซึ่งการจัดงาน นอกจากจะมีการประกวดกะบืองาม ยังจัดให้มีการนำกระบือแคระนับ 10 ตัว ที่มีราคาสูงจำนวนมาก มาโชว์ในงานด้วย เช่น ควายสังกัดค่าย เอส.เค ฟาร์ม ประกอบด้วย เจ้าข้าวเหนียว(ควายแคระเผือก) อายุ 6 ปี ราคา 2,000,000 บาท , เจ้าข้าวก่ำ อายุ 5 ปี ราคา 250,000 บาท,เจ้าข้าวปั้น อายุ 2 ปี ราคา ตัวละ 700,000 บาท พร้อมลูกควายเผือกแคระ เพิ่งคลอด ซึ่งราคาสั่งจองตั้งแต่เริ่มคลอด เริ่มต้นที่ 200,000 บาท และ เจ้าข่อหล่อ จากอุบลราชธานี ที่เป็นควาย แคระอายุ 1 ปี 6 เดือน ราคา 150,000 บาทเป็นต้น มาเข้าร่วมโชว์ความน่ารักและความแสนรู้ ด้วยการโชว์ การสวัสดี การไหว้ การคลานเข่า และ การโชว์ยิ้ม เพื่อสร้างสีสันและบรรยากาศในงาน

 



มีการแข่งขัน การแต่งกายของคาวบอย ขี่ม้า โชว์ลีลา การแสดง การขี่ม้า ข้ามเครื่องกีดขวาง การขี่ม้าอ้อมถัง การโชว์ลีลาการควงปืน และการโชว์ลีลาการควงบ่วงบาศ แบบคาวบอย ให้กับผู้เข้าร่วมงานชมฟรี พร้อมกับมี การประกวดสาวงามธิดากาสร เพื่อร่วมสร้างบรรยากาศในการจัดงานด้วย

 

 

และก่อนที่จะมีการประกวดกระบือสวยงาม มีการจัดกิจกรรม แนะนำการคัดกระบือต้นแบบที่ดี จากกระบือที่การนำมาเข้าประกวด โดยมี นายสุพรชัย ฟ้ารี ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนากระบือ จ.สุรินทร์ มาสาธิตแนะนำลักษณะที่ดีของกระบือไทย ที่ต้องเข้าลักษณะ ตาแต้ม แก้มจ้ำ สามอ้อง หรือมีลักษณะ มีกระพี้จับตา(ขอบตาขาว),มีสร้อยคอที่คาง(คางขาว) ปล้องคอขาว,ท้องหนู ,ลิ้นปลาบู่,และใบหู แบบใบตองเพรียง ให้ถือเป็นต้นแบบในการนำมาเป็นต้นแบบในการอนุรักษ์และขยายพันธุ์ เพื่อให้ได้สายพันธุ์ดี

สำหรับการประกวดกระบือที่มาจากหลายจังหวัดทั่วประเทศ คือ ร้อยเอ็ด,ขอนแก่น,อุบลราชธานี,มหาสารคาม,อุดรธานี,อุทัยธานี,อำนาจเจริญ,อยุทธยา,หนองคาย,สุพรรณบุรี,มุกดาหาร,บึงกาฬ,นครพนม, อุทัยธานี ที่มีราคาสูงจำนวนมาก เข้าร่วมประกวด เช่น เจ้าซูโม่ กระบือต้นแบบราคา 1,000,000 บาท จากอุทัยธานี, เจ้าเบิ้ม กระบืออายุ 5 ปี จาก ขอนแก่น ราคา 1,000,000 บาท,เจ้าไหมไทย จากมุกดาหาร ราคา 900,000 บาท,เจ้าทองใบ อายุ 3 ปี 7 เดือน ราคา 600,000 บาท จากพานทองฟาร์มร้อยเอ็ด, เข้าร่วมประกวด ซึ่งแยกออกเป็น 6 รุ่น คือ รุ่นฟันน้ำนมแยกเพศ,รุ่นฟันแท้ แยกเพศ ,รุ่นฟันน้ำนมแบบประกวดคู่(2 ตัวผัว-เมีย),รุ่นฟันแท้แบบคู่(2 ตัวผัว-เมีย)

 

 

 

นายเกรียงไกร ประจันพล ประธาน เครือข่ายคนรักษ์ควายร้อยเอ็ด กล่าวว่า เป้าหมายการจัดประกวดกระบือ เพราะเห็นว่า ปัจจุบันจำนวนเกษตรกร ที่เลี้ยงกระบือ ไทย ลดลง หันไปเลี้ยงพันธุ์ ต่างประเทศ ส่วนที่ยังเลี้ยงกระบืออยู่ก็เป็นกระบือแบบพื้นบ้าน ไม่มีการพัฒนาระบบการเลี้ยง ระบบการผลิตเชิงธุรกิจ และอีกอย่างการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ของเกษตรกรที่ประกอบอาชีพทำนา มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่การใช้เครื่องจักรกล เข้ามา แทนการใช้แรงงานกระบือ เกษตรกรที่เลี้ยงกระบือส่วนใหญ่ ก็ไม่เลี้ยงเป็นอาชีพหลัก จึงให้ความสนใจในการเลี้ยงดูน้อย ขาดการปรับปรุงพันธุ์ที่ดี ขาดการควบคุมป้องกันกำจัดโรคที่ถูกต้อง ทำให้ ผลผลิตตกต่ำ ด้วยเหตุผลนี้ จึงทำให้จำนวนกระบือไทยลดน้อยลงเป็นจำนวนมาก จึงได้จับมือกันจากหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มผู้เลี้ยงกระบือ,กลุ่มเครือข่ายรักควายร้อยเอ็ด,สมาคมอนุรักษ์และพัฒนาควายไทย,กลุ่มเครือข่ายรักควาย ภาคอีสาน,สำนักงานปศุสัตว์พื้นที่,ศูนย์วิจัยและพัฒนากระบือจ.สุรินทร์,ส่วนส่งเสริมและการพัฒนาปศุสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์เขต 4 และกลุ่มคนเลี้ยงควายจากทั่วทุกภูมิภาค ร่วมกันจัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นเป็นครั้งแรกของจังหวัดร้อยเอ็ด และมีเป้าหมายที่จะจัดอีกครั้งในเดือนธันวาคม ในเขตพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ คือที่อ.ปทุมรัตต์ร้อยเอ็ดต่อไป.

 


สำหรับการจัดการประกวดกระบือในครั้งนี้นอกจากจะได้แนวคิดแนวทางที่ดีเพื่อนำไปสู่การอนุรักษ์และพัฒนาสายพันธ์ให้ดีขึ้นแล้ว ยังเกิดการซื้อขายแลกเปลี่ยนกระบือสายพันธุ์ดี จากซึ่งกันและกัน โดยมีการซื้อขายกระบือกัน 4 ตัว เป็นเงินทั้งสิ้นถึง 1,740,000 บาท

 

ในขณะที่กลุ่มจัดงานร่วมกับกลุ่มผู้เลี้ยงกระบือที่ร่วมงาน ได้ร่วมกันบริจาคเงินรวมกัน 55,699 บาท เพื่อช่วยเหลือซื้อฟางอัดก้อน ส่งไปมอบให้ความช่วยเหลือเครือข่ายผู้เลี้ยงกระบือ 3 จังหวัดติดลำน้ำโขง คือ หนอองคาย บึงกาฬ และ นครพนม ซึ่งถูกน้ำท่วมและขาดแคลนอาหารสัตว์ด้วย








ติดตาม ONB NEWS Fans Page







ข่าวน่าสนใจ



















กดติดตาม ONB news คุณจะทราบข่าวสารก่อนใคร