การขนส่งระบบราง แก้ปัญหาจราจรได้ยั่งยืนจริงหรือ???


การขนส่งระบบราง แก้ปัญหาจราจรได้ยั่งยืนจริงหรือ???



28 ส.ค. 2561, 19:33

รื้อสร้าง / ชัยสี่แคว

ปัญหาการจราจร  เป็น "ยาขม" ของรัฐบาลมาทุกยุคทุกสมัย  ซึ่งสาเหตุของปัญหามาจาก 1. การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร ซึ่งไม่เฉพาะคนไทยอย่างเดียว ชาวต่างประเทศในปัจจุบันก็เข้ามาตั้งหลักแหล่งอยู่ในประเทศไทยมากขึ้น  2. การเพิ่มขึ้นของจำนวนรถไม่สอดคล้องกับการขยายตัวของถนนหนทาง  3.การขาดความจริงจังในการบังคับใช้กฎหมายและการฝ่าฝืนกฎจราจร 4.การวางผังเมืองไม่เป็นระบบ

หากย้อนต้นตอของปัญหาต้องย้อนไปในยุคของการเกิด "แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2504-2509)"  ที่นำไทยเข้าสู่วิถีชีวิตแบบสมัยใหม่  หลังจากนั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ต่อสังคมไทยอย่างมาก รวมทั้งระบบการคมนาคมขนส่งด้วย 

"องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น หรือ ไจก้า" ของญี่ปุ่น เป็นองค์กรที่มีความสำคัญในการส่งเสริมระบบขนส่งในประเทศไทย โดยการให้คำปรึกษาการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้กับประเทศไทย

เป็นที่สังเกตว่า ตลอดที่ผ่านมาประเทศไทย เน้นระบบถนนซึ่งเป็นการ "ขนรถ" มากกว่าเป็นระบบราง ซึ่งเป็นการ "ขนคน" อย่างในญี่ปุ่น ที่เน้นเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงที่เรียกว่า "ชิงกันเซ็ง" 


ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่า การพัฒนาถนนนี้ "ญี่ปุ่น" ได้ประโยชน์จากการขายรถยนต์หรือไม่


นอกจากจะไม่เน้นระบบการขนคน หรือ ระบบรางแล้ว  "ระบบขนส่งทางน้ำ" ซึ่งเคยเป็นส่วนสำคัญ ก็ได้ลดความสำคัญลง และ "ลำคลอง" หลายสาย ได้ถูกถมเพราะหมดความสำคัญลงไป เช่น คลองสาทร ที่กลายเป็นถนนสาทร  เป็นต้น


จึงไม่แปลกที่ปัจจุบัน "ถนน" คือ ระบบการขนส่งหลักของไทย และนี่คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้การแก้ไขปัญหาการจราจรยากลำบากมาถึงทุกวันนี้ 

อย่างไรก็ตามในปัจจุบันโครงการระบบราง หรือ รถไฟฟ้า  ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล  ได้ถูกผลักดันขึ้น เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว 

 โดยปัจจุบันมี "รถไฟฟ้า" ที่เปิดให้บริการแล้วทั้งสิ้น 5 สาย ครอบคลุมระยะทางกว่า 112 กิโลเมตร และ อยู่ระหว่างการก่อสร้าง จำนวน 6 โครงการ  คาดว่าจะแล้วเสร็จราวปี  2563 

แต่มีประเด็นคำถามตามมาคือ เมื่อรถไฟฟ้าเหล่านี้เสร็จ จะแก้ไขปัญหาได้จริงหรือ  

เพราะว่า  1. มีหลายหน่วยงานเข้ามาดูแลโครงการรถไฟฟ้าแต่ละสาย ในลักษณะของใครของมัน เช่น รถไฟฟ้า BTS ,  รถไฟใต้ดิน MRT ,แอร์พอร์ตลิงค์  ทำให้มีปัญหาในการเชื่อมโยงระหว่างกัน   2. เส้นทางไม่เชื่อมต่อกันทั้งหมดทำให้ผู้เดินทางเกิดความไม่สะดวก  3. ราคาค่าโดยสารของรถไฟฟ้าที่สูง ทำให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยไม่มีกำลังพอในการใช้บริการ  4. แม้แต่คนที่มีรายได้สูงก็จะใช้รถยนต์มากกว่าเพราะสะดวกและราคาไม่สูงมาก 

ซึ่งทางออกในเรื่องนี้ ควรจะแก้ปัญหาหรือใช้มาตรการอื่นควบคู่ไปด้วย เช่น 

1. การเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชนด้วยการทำให้การเดินทางเชื่อมโยงกันแบบไร้รอยต่ออย่างแท้จริง 
2. การพัฒนาระบบการขนส่งเสริม เช่น ทางน้ำ  เส้นถนนสายรอง หรือ ระบบขนส่งในซอย ให้มีประสิทธิภาพ เพราะสภาพพื้นที่ในกรุงเทพฯ มีหลายลักษณะ
3. การให้มีหน่วยงานที่ทำหน้าที่เฉพาะในการดูแลระบบรางทั้งหมด เพื่อให้มีการบริหารจัดการในลักษณะบูรณาการ
4. การใช้มาตรการเชิงบังคับ เช่น การเก็บค่าผ่านทางสำหรับรถยนต์ที่จะเข้าในพื้นที่การจราจรแออัด
5. การวางผังเมืองให้มีประสิทธิภาพ 
6. การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และยุติธรรม

จริงๆแล้ว “ยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาจราจร” ในปัจจุบันนี้มาถูกทางแล้ว ขาดแต่การบริหารจัดการที่ไม่จริงจังและประสิทธิภาพต่ำ และการขาดซึ่งความตระหนักร่วมของทุกภาคส่วนในการร่วมกันแก้ไขปัญหานี้ ดังนั้นถึงเวลาแล้วหรือไม่ ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันอย่างจริงจังในเรื่องนี้

ขอบคุณภาพ : การรถไฟแห่งประเทศไทย






คำที่เกี่ยวข้อง : #การขนส่ง   #จราจร  





ติดตาม ONB NEWS Fans Page







ข่าวน่าสนใจ



















กดติดตาม ONB news คุณจะทราบข่าวสารก่อนใคร