คณะกองทัพไทย ลงพื้นที่ "ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงบ้านแสนสุข" เพื่อตรวจการดำเนินงานและวิถีชีวิต ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง


คณะกองทัพไทย ลงพื้นที่ "ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงบ้านแสนสุข" เพื่อตรวจการดำเนินงานและวิถีชีวิต ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง



14 พ.ค. 2561, 20:19


ผู้สื่อข่าว ONB news รายงานว่า ที่ ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงบ้านแสนสุข ภายในบ้านพักศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ ซอย 15 อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี พลตรีเลียบ จันทร์สุขโข หัวหน้าคณะกรรมการชุดตรวจจากกองทัพไทยและคณะ ได้ลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยม ประเมิน กิจกรรม การดำเนินงาน และวิถีชีวิต ตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในหลวงรัชกาลที่ 9 ในชุมแห่งนี้ โดยมี พันเอกกล้าณรงค์ วิสุตกุล ผู้บังคับการศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ พร้อม คณะนายทหาร แม่บ้าน นักศึกษาวิชาทหาร ให้การต้อนรับ และพาชมส่วนต่างๆ ซึ่งชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง บ้านแสนสุข แห่งนี้ เป็นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กองทัพไทย

 

 

สำหรับ ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงบ้านแสนสุข ศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ มีรูปแบบในการดำเนินงาน คือการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน กำลังพล/ครอบครัว โดยยึดหลัก พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน ภายใต้เงื่อนไข ความรู้คู่คุณธรรม ปลูกฝังกำลังพล/ครอบครัวให้มีชีวิตบนคำที่ว่า “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือ ทางสายกลาง คือ ความสุข” โดย พิจารณาจาก บริบทในภาพรวมของวิถีการดำเนินชีวิตของชุมชน ซึ่งเป็นชุมชนทหารในเขตเมือง มีความเจริญ สะดวกสบาย แต่ก็แฝงไปด้วยค่าใช้จ่ายในการครองชีพที่ค่อนข้างสูงกว่าชุมชนในชนบท จึงต้องใช้แนวทางหลักอยู่ 2 แนวทาง คือ 1.การลดรายจ่าย โดยจัดโครงการ 3 คูณ 6 ลดรายจ่าย แนวคิด คือ “ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก” “หายใจเข้าเป็นพอ หายใจออกเป็นเพียง” 2.การเพิ่มรายได้ โดยส่งเสริมอาชีพแก่ กพ./ครอบครัว โดยแบ่งพื้นที่ในการดำเนินการ เป็น 3 พื้นที่หลัก คือ ชุมชนในเขตบ้านพัก ค่ายสรรพสิทธิประสงค์, ชุมชนนอกบ้านพัก ในเขตเมืองอุบลราชธานี และ อำเภอวารินชำราบ และ ชุมชนนอกเขตเมือง ต่างจังหวัด ซึ่งในแต่ละพื้นที่มีความเป็นอยู่ที่แตกต่างกันในการดำเนินการ “งานหนักไม่เคยฆ่าใคร”

ประเภทของสถานะอาชีพในแต่ละครัวเรือน แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ พ่อบ้านและแม่บ้าน เป็นข้าราชการมีเงินเดือน “สองแรง” ทำให้มีความพอเพียงต่อการใช้จ่าย และ พ่อบ้านเป็นข้าราชการ แม่บ้าน ทำอาชีพเสริมรายได้ ทำให้ประคับประคองในการดำรงชีพได้ อาชีพแบ่งเป็น 2 แบบ คือ ทางการเกษตร อาทิ ธุรกิจขายปุ๋ยจากมูลสัตว์, การทำไร่นาสวนผสม, การปลูกพืชส่งตลาดและการเลี้ยงปศุสัตว์ ,การค้าขาย อาทิ การทำอาหาร, น้ำดื่มสมุนไพร, รับจัดโต๊ะจีน, เครื่องสนาม, ขายของออนไลน์, ของชำบ้านพัก, การทำประกันภัย, เครื่องจักสาน, รับจ้างซักรีด, จัดดอกไม้สด และ ร้านเสริมสวย ฯลฯ

การดำเนินการ เริ่มจาก ผู้บัญชาการหน่วย ต้องทำเป็นตัวอย่างก่อน โดย พันเอกกล้าณรงค์ วิสุตกุล ผู้บังคับการศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ ได้มีแรงบันดาลใจมาจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งท่านทรงทำพระราชวังสวนจิตรลดาให้เป็นศูนย์การเรียนรู้รอบเขตพระราชวัง เพื่อให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปศึกษาดูงาน ตัวอย่างการดำเนินการด้านต่างๆ เป็นพระราชวังเดียวที่ไม่เหมือนพระราชวังอื่นๆ ในโลก “ขนาดในหลวงยังทำให้พวกเราเป็นตัวอย่างขนาดนี้ แล้วเราเป็นใคร” เมื่อเกิดความตระหนัก กำลังพล/ครอบครัว จึงได้เริ่มทำพื้นที่รกร้างว่างเปล่าให้เกิดประโยชน์ในพื้นที่บ้านพัก เช่น โครงการ 3 คูณ 6 ลดรายจ่าย และ เพิ่มรายได้ ด้วยโครงการส่งเสริมอาชีพ แขนงต่างๆ ทั้งด้านการเกษตรและอาชีพชุมชนเมือง โดยยึดหลัก “ความพอเพียง เลี้ยงชีพได้”

ซึ่ง การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ขึ้นภายในหน่วยโดยไม่ได้มองแค่กรอบสี่เหลี่ยมเล็กๆ แต่เป็นในรูปแบบศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงทั้งชุมชน หรือ ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงในหน่วยทหาร มีความหลากหลาย แต่นำองค์ความรู้ง่ายๆ ที่ กำลังพล ครอบครัว และ ประชาชนทั่วไปเข้าใจง่ายๆมาทำ โดยในด้านเกษตร ได้นำหลัก “เกษตรทฤษฎีใหม่” มาใช้ผสมผสานกับ “การทำเกษตรสมัยใหม่” ตามนโยบายของรัฐบาล ไทยแลนด์ 4.0 เพื่อเพิ่มผลผลิต และดำเนินการได้ตลอดทุกฤดูกาล และเราก็ยึดคำที่ว่า “มีศูนย์การเรียนรู้ดีเลิศขนาดไหนก็ไร้ค่า ถ้าไม่นำมาขยายผล” “การดูงานเป็นร้อยๆ ครั้ง ร้อยๆ เรื่อง ก็ไม่เท่ากับการลงมือทำครั้งเดียว”

ความภาคภูมิใจ : ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงบ้านแสนสุข ศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ มีความภาคภูมิใจในความรัก ความสามัคคี ของชุมชน ซึ่งเกิดจากการทำงานร่วมกันทั้ง กำลังพล/ครอบครัว มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ “เดินตามรอยเบื้อง พระยุคลบาท” ของพ่อหลวง ร.9 และภูมใจในความเป็นไทย มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ไม่เบียดเบียนผู้อื่น แรงจูงใจอีกประการ คือ การชี้ให้เห็นถึงรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อ จนทำให้ กำลังพล/ครอบครัว ส่วนใหญ่ต้องเป็นหนี้สิน และ การประหยัดอดออม การส่งเสริมให้จัดทำบัญชีครัวเรือน ช่วยกันทั้งพ่อบ้าน และ แม่บ้าน ทำให้ความเป็นอยู่ของกำลังพลดีขึ้น และมีหนี้สินลดลง สามารถดำรงชีพได้อย่างมีเกียรติ สง่างาม เป็น “Smart Soldier and Smart Farmers” จากการดำเนินการ ทำให้กำลังพล/ครอบครัว ของชุมชนมีรายได้เฉลี่ยที่สูง โดยสูงสุดอยู่ที่ 50,000 – 70,000 บาท ต่ำสุด 4 นาย เป็นชายโสด รายได้เกิน 5,000 บาท

ความเปลี่ยนแปลงของชุมชน ตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ 2561 เป็นต้นมา หลังจากที่มีการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแบบชุมชนเมือง มารณรงค์ให้กำลังพลลดรายจ่าย และ เพิ่มรายได้ตามแผนงานของชุมชนฯ ทำให้กำลังพล/ครอบครัวมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความรัก ความสามัคคี จากที่เคยแบ่งพรรคแบ่งพวก แย่งผลประโยชน์ทำให้มีความสามัคคี ปรองดองกันมากขึ้นกว่าเดิมมาก มีการใช้พื้นที่รกร้างว่างเปล่าให้เกิดประโยชน์  ด้วยการปลูกพืชผักสวนครัว สภาพแวดล้อม ภูมิทัศน์ที่มีความสะอาด น่าอยู่ ไร้มลภาวะ ทำให้ชุมชนมีการพัฒนาที่ดีอย่างต่อเนื่อง และใช้จ่ายอย่างมีสติ ด้วยการทำบัญชีครัวเรือน รวมทั้งแบ่งปันพื้นที่ให้กับชุมชนอื่นๆ ด้วย 

ทั้งนี้ พันเอกกล้าณรงค์ วิสุตกุล ผู้บังคับการศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ เคยส่งผลงานเข้าประกวดครั้งแรกเมื่อปี 2560 ในนามชุมชนค่าย ร.16 พัน.2 บ้านบเดิด ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ได้รับรางวัลชนะเลิศ จาก พลเอกสุขพงษ์ สุวรรณอรรถ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด แต่เป็นวิถีชุมชนด้านเกษตรกรรม

 



 





คำที่เกี่ยวข้อง : #กองทัพไทย ลงพื้นที่ ตรวจชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงบ้านแสนสุข ศฝ.นศท.มทบ.22  




ติดตาม ONB NEWS Fans Page





ข่าวน่าสนใจ